ด่าแบบไหน ไม่เป็นหมิ่น (ประมาท)

Last updated: Feb 8, 2020  |  11 จำนวนผู้เข้าชม  |  สาระกฎหมาย

ด่าแบบไหน ไม่เป็นหมิ่น (ประมาท)

#ด่าแบบไหน ไม่เป็นหมิ่น (ประมาท)

มีผู้มาปรึกษาหลายเกี่ยวกับการฟ้องร้องในความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งมักจะถามว่าคู่กรณีพูดแบบนี้สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้หรือไม่ โดยหลายคนยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท ไม่ใช่ว่าการด่าทอหรือการใช้คำพูดหยาบคายจะเป็นการหมิ่นปะมาทไปเสียทั้งหมด โดยการจะเป็นหมิ่นประมาทหรือไม่นั้นให้พิจารณาข้อกฎหมายและองค์ประกอบของความผิดก่อน

มาตรา ๓๒๖ ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากบทบัญญัติดังกล่าวสามารถแยกองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ดังนี้

๑.     การใส่ความ หมายถึงการใส่ร้ายใส่ความอันมีลักษณะเป็นการยืนยันข้อเท็จจริง แต่หากเป็นการพูดเลื่อนลอย การคาดคะเนหรือขู่ไม่เป็นการใส่ความ

๒.     ผู้อื่นซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการใส่ความนั้น ต้องเป็นการระบุหรือยืนยันตัวตนบุคคลได้ จะเป็นบุคคลธรรมดาหรือกลุ่มบุคคลก็ได้ แต่หากไม่ได้เป็นการระบุหรือชี้ชัดให้ทราบว่าเป็นใครก็ขาดองค์ประกอบข้อนี้ไป เช่น เจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ผู้ชายคนหนึ่ง เป็นต้น

๓.     บุคคลที่สาม ซึ่งไม่ใช่ผู้เสียหาย โดยบุคคลที่สามนั้นจะต้องสามารถเข้าใจข้อความที่ใส่ความนั้นด้วย หากปัญญาอ่อนหรือหูหนวกหรือไม่สามารถเข้าใจข้อความหรือการใส่ความนั้นได้ก็ขาดองค์ประกอบข้อนี้

๔.     โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง กฎหมายใช้คำว่า “น่าจะ” ดังนั้นแม้ผลคือความเสียหายยังไม่เกิดก็มีความผิดแล้ว

๕.     มีเจตนา เพื่อให้ผู้อื่นนั้นเสียหาย เสียชื่อเสียง แต่ถ้าเป็นการโต้คารมสวนกลับไปมาหรือโต้เถียงกัน ไม่มีเจตนาก็ไม่มีความผิด (เพราะขาดเจตนา)

ตัวอย่างฎีกา

-             โจทก์เป็นคนนิสัยไม่ดี มีความรู้สึกต่ำ (ฎ.๔๘๑/๒๕๐๖) หรือโจทก์เป็นคนวิกลจริต ไม่สามารถทำงานได้ เป็นคนบ้าเหมือนหมาบ้า (ฎ.๑๐๑๘๙/๒๕๔๖) = เป็นคำพูดเลื่อนลอยไม่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริง ไม่เป็นหมิ่นประมาท

-             โจทก์กับนาย อ. รักใคร่กันฉันชู้สาว นอนกอดจูบกันและได้เสียกัน (ฎ.๓๘/๒๕๐๓) เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงแม้จะเป็นข้อเท็จจริงที่ฟังต่อมาแล้วเก็บมาเล่าก็เป็นการหมิ่นประมาท

-             พระวัดนี้ดูหนัง บ้าผู้หญิง พระวัดนี้เลวที่สุด พระวัดนี้ไม่มีศีล (ฎ.๔๔๘/๒๔๘๙) ซึ่งพระวัดนี้มีเพียงหกรูป พระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเป็นผู้เสียหายร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีได้

-             ผู้บังคับการ พ. กองบังคับการหายเลข ๕ ที่กำลังเกษียณในปี ๒๕๔๖ ได้ไป ๓ ล้านบาททำทุนหลังเกษียณ (ฎ.๑๕๑๓/๒๕๕๑) เป็นการใช้ตัวย่อ ไม่ปรากฏการระบุนามสกุลหรือชี้ชัดเจาะจงบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือสถานที่ใด ผู้ที่อ่านไม่สามารถทราบว่าเป็นบุคคลใด

-             การด่ากันต่อหน้าบุคคลที่สามก็เป็นการหมิ่นประมาทได้ เช่น การด่าผู้เสียหายต่อหน้า พ. ว่าผู้เสียหายเป็นเมียน้อยสารวัตร ศ. โดยที่ พ. เป็นบุคคลที่สาม เป็นการหมิ่นประมาทแล้ว (ฎ.๙๗/๒๕๔๑)

-             ด่าว่าเป็นผีปอบ เป็นชาติหมา เป็นข้อเท็จจริงที่เป็นไปไม่ได้ ไม่เป็นหมิ่นประมาท (ฎ.๒๐๐/๒๕๑๑)

-             เป็นผู้หญิงไม่ดี เป็นห้าผัวหกผัว เป็นหมิ่นประมาท (ฎ.๖๒๑/๒๕๑๘)

-             ไอเหี้ย ไอ้สัตว์ เป็นเพียงการดูหมิ่นเหยียดหยาม (ฎ.๔๔๕/๒๕๒๒)

-             ไอ้คนโกงบ้านโกงเมือง เป็นการหมิ่นประมาท (ฎ.๔๔๕/๒๕๒๒)

-             การใส่ความว่าบุคคลยักยอกหรือโกง เป็นการยืนยันข้อเท็จจริง เป็นการหมิ่นประมาท (ฎ.๗๙/๒๕๓๗ , ฎ.๑๐๖๘/๒๕๓๗)

กล่าวโดยสรุปคือการด่ากันที่เป็นการเจาะจงหรือระบุชี้ชัดตัวบุคคล กระทำต่อหน้าหรือมีบุคคลที่สามรับรู้ โดยคำพูดนั้นน่าจะทำให้บุคคลอื่นนั้นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชังและผู้กระทำมีเจตนาให้บุคคลอื่นนั้นเสียหาย ก็เป็นการหมิ่นประมาทแล้ว

Powered by MakeWebEasy.com