ที่ปรึกษาด้านการฟื้นฟูกิจการ

Rehabilitation ฟื้นฟูกิจการ

ฟื้นฟูกิจการและปรับโครงสร้างหนี้
ทางเลือกสำหรับธุรกิจที่ยังมีศักยภาพ แต่กำลังเผชิญปัญหาทางการเงิน
ปัญหาสภาพคล่อง ภาระหนี้ หรือการไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะต้องสิ้นสุดลงเสมอไป

หากกิจการยังมีรายได้ มีทรัพย์สิน มีฐานลูกค้า หรือมีศักยภาพที่จะดำเนินธุรกิจต่อ การวิเคราะห์ปัญหาและเลือกแนวทางแก้ไขอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยให้กิจการสามารถจัดการภาระหนี้ รักษาการดำเนินธุรกิจ และสร้างโอกาสในการกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง

Chandis Law & Business ให้บริการด้านการฟื้นฟูกิจการและปรับโครงสร้างหนี้ โดยทำงานร่วมกันระหว่าง ทีมกฎหมายและที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor: FA) เพื่อวิเคราะห์ทั้งสถานะทางกฎหมาย ฐานะทางการเงิน โครงสร้างหนี้ กระแสเงินสด และความสามารถในการดำเนินธุรกิจต่อ ก่อนกำหนดแนวทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละกิจการ




ธุรกิจของคุณกำลังมีสัญญาณเหล่านี้หรือไม่?
ปัญหาทางการเงินของธุรกิจมักไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่จะเริ่มมีสัญญาณบางอย่างก่อนสถานการณ์รุนแรงขึ้น เช่น

เงินหมุนเวียนเริ่มไม่เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ
เริ่มชำระหนี้ธนาคารหรือเจ้าหนี้ไม่ตรงกำหนด
มีเจ้าหนี้หลายรายและเริ่มถูกติดตามทวงถาม
รายได้ยังมี แต่ภาระหนี้เดิมสูงเกินกว่ากระแสเงินสดที่กิจการสร้างได้
ต้องนำเงินใหม่มาใช้ชำระหนี้เดิมอย่างต่อเนื่อง
เริ่มถูกฟ้องคดีหรืออยู่ระหว่างการบังคับคดี
มีทรัพย์สินหรือธุรกิจที่มีศักยภาพ แต่ขาดสภาพคล่อง
ต้องการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารหรือเจ้าหนี้
ต้องการเงินทุนใหม่ แต่โครงสร้างหนี้เดิมเป็นอุปสรรค
ธุรกิจยังสามารถดำเนินต่อได้ แต่จำเป็นต้องปรับโครงสร้างทางการเงินอย่างจริงจัง
ไม่จำเป็นต้องรอให้กิจการหยุดดำเนินงานหรือถูกเจ้าหนี้ดำเนินคดีก่อน จึงจะเริ่มวางแผนแก้ไข

ยิ่งสามารถวิเคราะห์ปัญหาได้เร็ว ทางเลือกในการแก้ไขมักมีมากขึ้น

การฟื้นฟูกิจการคืออะไร?
การฟื้นฟูกิจการไม่ใช่การปิดบริษัท และไม่ควรถูกมองว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนการล้มละลายเท่านั้นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูกิจการ คือการจัดการปัญหาหนี้และโครงสร้างของธุรกิจอย่างเป็นระบบ เพื่อเปิดโอกาสให้กิจการที่ยังมีศักยภาพสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ในบางกรณีอาจสามารถแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้โดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการศาลขณะที่บางกรณี การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าดังนั้น ก่อนตัดสินใจว่าจะยื่นฟื้นฟูกิจการหรือไม่ สิ่งสำคัญคือการวิเคราะห์ก่อนว่ากิจการมีปัญหาอะไร มีภาระหนี้เท่าใด กระแสเงินสดเป็นอย่างไร เจ้าหนี้มีโครงสร้างอย่างไร และธุรกิจยังมีศักยภาพที่จะกลับมาดำเนินงานอย่างยั่งยืนหรือไม


Legal + Financial Advisory
การฟื้นฟูกิจการต้องพิจารณาทั้งกฎหมายและการเงิน
ปัญหาการฟื้นฟูกิจการไม่ใช่ปัญหาทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว
แม้จะสามารถดำเนินกระบวนการทางกฎหมายได้ แต่หากแผนทางการเงินไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ธุรกิจก็อาจไม่สามารถกลับมาดำเนินงานอย่างยั่งยืน
ในทางกลับกัน แม้ธุรกิจจะมีแผนทางการเงินที่ดี แต่หากไม่ได้พิจารณาสิทธิของเจ้าหนี้ หลักประกัน คดีความ การบังคับคดี และข้อจำกัดทางกฎหมายอย่างเหมาะสม ก็อาจทำให้แผนดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้
การฟื้นฟูกิจการจึงเป็นการใช้แนวทางการทำงานร่วมกันระหว่าง Legal Advisor และ Financial Advisor

ทีมกฎหมาย
ทีมกฎหมายดูแลการวิเคราะห์สถานะทางกฎหมายของกิจการ โครงสร้างเจ้าหนี้ สิทธิและหน้าที่ของลูกหนี้และเจ้าหนี้ สัญญาและหลักประกัน คดีความและการบังคับคดี การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ตลอดจนการเตรียมและดำเนินกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมาย

Financial Advisor (FA)
ที่ปรึกษาทางการเงินทำหน้าที่วิเคราะห์ฐานะทางการเงิน ผลประกอบการ กระแสเงินสด โครงสร้างหนี้ ความสามารถในการชำระหนี้ และความเป็นไปได้ของแผนธุรกิจ รวมถึงการพิจารณาแนวทางปรับโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสม เมื่อข้อมูลทั้งสองด้านถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน จะช่วยให้สามารถกำหนดแนวทางการฟื้นฟูที่พิจารณาทั้ง ความเป็นไปได้ทางกฎหมายและความเป็นไปได้ทางธุรกิจ


บริการของเรา
บริการด้านการฟื้นฟูกิจการและปรับโครงสร้างธุรกิจของเราครอบคลุมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของปัญหาไปจนถึงการดำเนินการตามแนวทางที่ได้กำหนดไว้ ได้แก่ การประเมินสถานการณ์เบื้องต้น การวิเคราะห์โครงสร้างหนี้และเจ้าหนี้ การวิเคราะห์สถานะทางกฎหมาย การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินและกระแสเงินสด การวางแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ การเจรจากับเจ้าหนี้ การจัดทำกลยุทธ์ในการฟื้นฟูกิจการ และการดำเนินกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมาย ในกรณีที่มีความจำเป็น ทีมงานสามารถประสานการทำงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจและการเงินตามลักษณะของแต่ละกรณี


ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนเข้ารับคำปรึกษา
เพื่อให้สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้น เช่น งบการเงิน รายละเอียดหนี้และเจ้าหนี้ สัญญากู้และหลักประกัน รายละเอียดทรัพย์สิน รายได้และค่าใช้จ่าย กระแสเงินสด ภาระการชำระหนี้ ตลอดจนข้อมูลคดีความหรือการบังคับคดีที่มีอยู่ หากยังไม่มีข้อมูลครบทั้งหมด สามารถเข้ารับคำปรึกษาเบื้องต้นก่อนได้ เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องจัดเตรียมข้อมูลใดเพิ่มเติม


ธุรกิจประเภทใดควรเข้ารับการประเมิน?
บริการนี้เหมาะสำหรับกิจการที่ยังมีธุรกิจหรือทรัพย์สินที่มีศักยภาพ แต่กำลังประสบปัญหาด้านสภาพคล่องหรือภาระหนี้ รวมถึงธุรกิจที่ต้องการเจรจากับเจ้าหนี้หลายราย ธุรกิจที่กำลังถูกดำเนินคดีหรือบังคับคดี ธุรกิจที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ก่อนหาเงินทุนใหม่ และกิจการที่กำลังพิจารณาว่าการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายเป็นทางเลือกที่เหมาะสมหรือไม่


ทำไมควรเริ่มวางแผนตั้งแต่ปัญหายังไม่รุนแรง?
หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยคือ ผู้ประกอบการเข้าขอคำปรึกษาเมื่อสถานการณ์ทางการเงินพัฒนาไปไกลแล้ว
เมื่อเงินสดหมด เจ้าหนี้หลายรายเริ่มดำเนินคดี หรือทรัพย์สินสำคัญเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี ทางเลือกในการแก้ไขปัญหาอาจลดลง
ในทางกลับกัน หากเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์ตั้งแต่ธุรกิจยังดำเนินงานอยู่ ทีมที่ปรึกษาจะมีข้อมูลและเวลาในการพิจารณาทางเลือกได้มากกว่า
การขอคำปรึกษาเรื่องการฟื้นฟูกิจการจึงไม่ควรเริ่มเมื่อธุรกิจไม่สามารถเดินต่อได้แล้ว แต่ควรเริ่มเมื่อเห็นว่าปัญหาทางการเงินกำลังเริ่มกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการ
ธุรกิจมีหนี้ แต่ยังดำเนินกิจการอยู่ สามารถพิจารณาฟื้นฟูกิจการได้หรือไม่?
การที่ธุรกิจยังดำเนินงานอยู่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถพิจารณาแนวทางการฟื้นฟูได้ สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาสถานะทางการเงิน ภาระหนี้ ความสามารถในการดำเนินธุรกิจต่อ และเงื่อนไขทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ต้องรอให้ถูกเจ้าหนี้ฟ้องก่อนหรือไม่?
ไม่ควรรอให้เกิดคดีจึงเริ่มวางแผน การวิเคราะห์ปัญหาตั้งแต่ก่อนเกิดข้อพิพาทอาจทำให้มีทางเลือกในการเจรจาและปรับโครงสร้างมากกว่า

การปรับโครงสร้างหนี้กับการฟื้นฟูกิจการเหมือนกันหรือไม่?
ไม่เหมือนกัน การปรับโครงสร้างหนี้สามารถเกิดขึ้นนอกกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายได้ ส่วนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายเป็นกระบวนการที่มีหลักเกณฑ์และขั้นตอนเฉพาะ

กิจการที่มีทรัพย์สินมากแต่ขาดเงินสดควรทำอย่างไร?
ต้องพิจารณาทั้งโครงสร้างทรัพย์สิน ภาระหนี้ กระแสเงินสด ความสามารถในการสร้างรายได้ และทางเลือกในการปรับโครงสร้างเงินทุน ไม่ควรพิจารณาจากมูลค่าทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว

ทุกกิจการที่มีปัญหาหนี้ควรยื่นฟื้นฟูกิจการหรือไม่?
ไม่จำเป็น บางกิจการอาจเหมาะกับการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้นอกศาล ขณะที่บางกิจการอาจเหมาะกับกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมาย จึงควรประเมินข้อเท็จจริงก่อนเลือกแนวทาง


สามารถพูดคุยกับทีมงานของเราเพื่อประเมินสถานการณ์เบื้องต้นก่อนตัดสินใจเลือกแนวทาง


 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้